“ผู้ชาย” ในกฎหมายโบราณอีสาน: มองมุมใหม่ผ่านแนวคิดเชิงวิพากษ์

ปีที่ 14 (2561) ฉบับที่ 1มกราคม - มิถุนายน

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอมุมมองใหม่เกี่ยวกับผู้ชายในกฎหมายโบราณอีสาน โดยมุ่งวิเคราะห์ผ่านแนวคิดเชิงวิพากษ์เรื่องเจตจำนงร่วมประชาชาติ (National popular collective will) ของอันโตนิโอ กรัมชี่เป็นสำคัญ

ผลการศึกษาพบว่า ผู้ชายในสังคมอีสานยุคจารีตเป็นเพศที่ถูกกดทับ/ครอบงำ จากชุดความรู้ที่ผู้ปกครองได้ผลิตขึ้นในรูปแบบของคำสอน จารีตประเพณี รวมถึงบทบัญญัติของกฎหมายไม่แตกต่างไปจากเพศหญิง เพียงแต่ชุดความรู้ที่ใช้สำหรับการครอบงำชายและหญิงเป็นคนละชุดกันเท่านั้น กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ผู้ปกครองอีสานได้ดำเนินการอย่างเป็นระบบเพื่อควบคุมให้ชายอีสาน รวมถึงหญิง มีวิธีคิดและยอมประพฤติตนตามแบบที่ผู้ปกครองต้องการโดยปราศจากการตั้งคำถาม ด้วยการใช้วรรณกรรมคำสอนและจารีตฮีตคองเป็นเครื่องมือในการปลูกฝังและผลิตซ้ำสำนึกร่วม/วิธีการมองโลก ให้เกิดแก่ชายอีสานว่าสิ่งใดที่ตนควรทำและสิ่งใดที่ควรต้องละเว้น

ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าชายอีสานจะปฏิบัติตนตามแนวทางที่ผู้ปกครองกำหนดอย่างเคร่งครัด ผู้ปกครองยังได้นำเอาสำนึกร่วมที่ปรากฏในรูปคำสอน/จารีตฮีตคองดังกล่าว ไปประกอบสร้างเป็นเนื้อหาของกฎหมายโบราณอีสานในหลายเรื่อง เช่นนี้จึงส่งผลให้การไม่ปฏิบัติตามคำสอน/จารีตฮีตคองไม่ได้เป็นเพียงการละเมิดต่อบรรทัดฐานของสังคมอีกต่อไป หากแต่ยังขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายบ้านเมืองอันจะทำให้ผู้ล่วงละเมิดถูกลงโทษหรือต้องเสียสิทธิบางประการด้วย

ดังนั้นการวิเคราะห์ผ่านแนวคิดเชิงวิพากษ์ดังกล่าวจึงเผยให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แท้จริงแล้วผู้ชายอีสานในสังคมจารีตหาได้กระทำการใดๆ ได้ตามอำเภอใจของตนไม่ หากแต่วิธีคิดและการกระทำทั้งหลายอยู่ภายใต้ชุดความรู้ที่ผู้ปกครองได้สร้างขึ้น ผ่านกระบวนการวางแผนอย่างเป็นระบบโดยมีผลประโยชน์ของผู้ปกครองอยู่เบื้องหลัง ซึ่งหากผู้ใดไม่ปฏิบัติตามย่อมได้รับโทษทั้งทางจิตใจ (คะลำ) และทางกฎหมายควบคู่กัน

 

คำสำคัญ : ผู้ชาย, กฎหมาย, กฎหมายโบราณอีสาน, อันโตนิโอ กรัมชี่

Abstract

This article aims to introduce a new perspective on men in Isan ancient law. The author emphasized on critical concepts through Antonio Gramscis National Popular Collective Will.

The study showed that men in Isan ancient society were manipulated (dominated) by concepts created by rulers in the forms of norms, traditions as well as statues. They were manipulated in the same manners as women. (The main point was they were manipulated by different sets of concepts.) In other words, rulers in Isan ancient society established a system to control men (as well as women). The ultimate goal was to force men to conform to the rulers needs (without any question). Folk tales and traditions were main tools to reinforce and reiterate the collective will (conception of the world), which would ultimately dictate what men should do or should not do.

Furthermore, in order to ensure the strict adherence with the set of concepts, the rulers in Isan ancient society transformed the norms and traditions into a large number of Isan ancient laws. As a result, a violation of norms and traditions did not only violate social norms, but also violate positive statues. In short, violators were subject to certain punishments and right deprivation.

In conclusion, according to the analysis through critical concepts, Isan ancient men did not enjoy a free will to do whatever they wanted. As a matter of fact, their actions and thoughts were manipulated by the set of concepts created by rulers. These concepts were systematically constructed to yield the rulers benefits or advantages. Any violators were subject to both mental punishment (Khalam) and legal punishment.

 

Keywords : men, laws, Isan ancient laws, Antonio Gramsci

Download .pdf 104

ปีที่ 14 (2561) ฉบับที่ 1


มกราคม - มิถุนายน 2561

ISSN: 1686-9192